Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

Products Blog

What is Packet Optical Platform?

เป็นที่รู้กันว่าการออกแบบโครงข่ายเพื่อรองรับ IP ในปัจจุบันโดยเฉพาะในส่วนของ Access และ Aggregate นั้น หันไปใช้เทคโนโลยี Carrier Ethernet และ DWDM แทนที่จะเป็น Next Gen SDH และ DWDM แบบเดิมๆ เนื่องจากเริ่มไม่คุ้มที่จะใช้ Next Gen SDH มารองรับ packet traffic ในสัดส่วนที่มากกว่า TDM Traffic การหันมาใช้ Carrier Ethernet ทำให้ประหยัด Capex ในขณะที่ TDM Traffic ก็สามารถรองรับได้โดยการใช้ TDM over IP หรือ ส่งไปบน WDM ก็ได้โดยใช้อุปกรณ์เดิมที่มีอยู่ทำการ Aggregate ก่อนเข้า Wavelength

ล่าสุดก็มี Product ที่รวมเอา Carrier Ethernet กับ WDM เข้าด้วยกัน อย่างเช่น Product จากบริษัท BTI Systems ที่บริษัทฯนำมาทำตลาด ทำให้มีข้อดีคือ ลดต้นทุน ลดพื้นที่ในการติดตั้ง ลด power consumption ลด interconnection ที่ประกอบด้วย SFP และ interface card เพราะไม่ต้องมี interconnection ระหว่าง carrier ethernet platform กับ dwdm platform นอกจากนี้ก็สามารถ operate ระบบได้จาก NMS ระบบเดียวแทนที่จะต้องเป็น 2 ระบบ จึงเป็น Products ที่ผู้ให้บริการควรนำไปพิจารณาในการลงทุนสร้างโครงข่ายในอนาคตครับ

FTTx Planning Tool from VPI

OnePlan Access for FTTx simplifies network planning, access technology selection and the architecture modeling process by modeling PON and non-PON technologies as chains of network elements, connecting links and required infrastructures. Both centralized and distributed architectures are supported. Optimization and clustering algorithms are then used to synthesize networks and generate preferred positions for network nodes, taking into account the demands and new infrastructure and serving all customers with the desired mixture of services at minimum cost and maximum capacity utilization and physical manhole locations.

Omni-ID Metal and Liquid Tag

ปกติ แล้วเป็นที่รู้กันว่าโลหะ(metal)และของเหลว(liquid) จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของ RFID เนื่องจาก RFID ใช้หลักการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังตัว tag เพื่อเป็นแหล่งพลังงานไป turn on chip ที่อยู่บน tag และสะท้อนเอาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากลับมาผ่านทาง antenna บน tag โดย chip ก็จะทำการ modulate signal ที่สะท้อนกลับมาเพื่อให้สามารถระบุถึง id ของตนเองกลับไปที่ RFID reader ได้ แต่ โลหะนั้นจะสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในขณะที่ของเหลวก็จะซึมซับ (absorp) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้เป็นปัญหาต่อระบบ RFID แต่บริษัท Omni-ID แก้ปัญหานี้ได้อย่างชาญฉลาดมากครับโดยทำ tag ที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุที่เรียกว่า plasmonic ที่จะกักเก็บคลื่นไว้ในตัวเองและสะท้อนคลื่นไปมาจนแรงพอที่จะไป power con RFID chip ที่อยู่ที่ผิวของวัสดุ plasmonic นี้ได้ ผมดูแล้วมันคล้ายๆกับเป็นวัสดุ dielectric ตรงกลางประกบด้วย layer บางๆของวัสดุพิเศษที่คอยกันไม่ให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถูกกวนจากวัสดุที่ตัว tag นี้ไปติดอยู่ไม่ว่าจะเป็นโลหะหรือของเหลว และก็ไม่ได้ใช้ antenna ที่เป็นลักษณะของ dipole แบบ tag ทั่วๆไปด้วย ใน web site ของ omni-id พูดถึงไว้แต่ก็ไม่ละเอียดพอ ผมดูราคาที่เขาให้ข้อมูลไว้บน web ยังแพงอยู่มากเลยครับเพราะตกตัวละ 10 เหรียญแน่ะ

Out of Band Management

ปัจจุบันอุปกรณ์ทางด้านโทรคมนาคมในส่วนของ hardware นั้นไม่ค่อยจะแตกต่างกันเท่าไรครับ ยิ่งมีของประเทศจีึนเข้ามาตีตลาดบ้านเราด้วยแล้ว supplier อเมริกาและยุโรปก็ปรับเกมกันยุ่งเหมือนกัน ที่ผมเห็นเลิก focus บ้านเราไปเลยก็มี สิ่งที่เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความแตกต่างระหว่าง operator อันหนึ่งที่สำคัญก็คือ Network Management System

Network Management System โดยทั่วไปก็จะใช้ในการ Provisioning อุปกรณ์และใช้ดู alarm และ performance ต่างยี่ห้อก็มีรายละเอียด features แตกต่างกันไป แต่มีอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของการ manage ระบบไฟที่ป้อนให้กับอุปกรณ์ เรื่องระบบการ access เข้าไปที่ craft port ผ่านศูนย์กลาง และ การ manage environment ที่ site เช่น อุณหภูมิ การบุกรุกต่างๆ ซึ่งแต่ก่อนก็มักจะใช้ solutions แยกๆกันไป เป็นลักษณะ standalone ผมได้มีโอกาสจับผลิตภัณฑ์ของ MRV ซึ่งจับทั้งสามส่วนนี้มา integrate เข้าด้วยกันและทำเป็น Network Management รวมขึ้นมา เพื่อที่จะ manage ทั้งสามส่วนนี้รวมกัน หน้าจอเขาก็จะเป็นเหมือน NMS ทั่วไปเลยครับ show แต่ละ site ต่อกันเป็น network เพียงแต่เป็นการ manage ไฟ, environment และ craft access ในกรณีที่ระบบ NMS หลักมีปัญหา ซึ่งการสามารถ manage ส่วนต่างๆเหล่านี้ได้จะทำให้ประหยัดเวลา operator ไปเยอะมากเวลาแก้ปัญหา คิดว่าในอนาคต operator ทุกรายก็คงหันมาลงทุนกับส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งเรียกรวมๆว่า Out of Band Management ครับ

Loop Multiplexer Application at Airport

Solutions ทำให้กับสนามบินใหม่ที่สุวรรณภูมิ ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ แต่ก็ถือเป็นการดัดแปลงเอาอุปกรณ์ที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

ทาง วิทยุการบินฯ ได้ซื้อ Loop multiplexer รุ่น V 4200 เพื่อนำไปใช้กับระบบ Trunk radio โดยการทำงานของระบบนี้จะต้องใช้ application 2 อย่างทำงานร่วมกัน คือ voice สำหรับ Leased line modem และ voice สำหรับ trunk radio อุปกรณ์  Leased line modem ใช้เพื่อส่งคำสั่งจาก server ไปยังอุปกรณ์ Trunk radio และ สัญญาณ voice ใช้เพื่อรับ-ส่ง สัญญาณเสียงจาก ชุด ไมโครโฟนและลำโพง ไปยังวิทยุสื่อสาร โดยผ่าน E1 link

การ ทำงานของระบบเริ่มจากการที่ server ทำการ run โปรแกรมของ Trunk radio ขึ้นมาโดยจะทำการดึงข้อมูลจากอุปกรณ์ Trunk radio ผ่าน Leased line modem ซึ่งอาศัย voice channel 1 channel ของ Loop-V 4200 ในการรับ-ส่งข้อมูลไปยัง Leased line modem ฝั่งตรงข้าม หลังจากที่เชื่อมต่อกับฝั่งตรงข้ามได้แล้ว ที่หน้าจอมอนิเตอร์จะปรากฏ channel ที่ใช้งานของวิทยุสื่อสารทั้งหมดขึ้นมา เมื่อเลือก channel ใด channel หนึ่งสามารถที่จะฟังการสนทนาของ channel นั้นๆได้โดยเสียงจะออกมาทางชุด ไมโครโฟนและลำโพง ซึ่งสามารถปรับความดังได้จากทั้งในโปรแกรมและที่ตัวลำโพงเอง ส่วนไมโครโฟนจะใช้ในการสื่อสารกับวิทยุสื่อสารตัวอื่นๆโดยทำการเลือก channel ที่จะติดต่อด้วยแล้วก็สามารถสื่อสารกับวิทยุสื่อสารผ่านชุดไมโครโฟนและ ลำโพงได้

การ รับ-ส่งสัญญาณเสียงของชุดไมโครโฟนและลำโพงจะใช้ voice channel 2 channel ของ Loop-V 4200 ซึ่งใน channel  แรก จะใช้งานทั้ง input และ output คือ ลำโพงข้างหนึ่ง กับ ไมโครโฟน และ channel ที่สองใช้เพียงสัญญาณ input อย่างเดียวสำหรับลำโพงอีกข้างหนึ่ง

More Articles...

Page 1 of 2

Start
Prev
1